
เทควันโด เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโดยไม่ใช้อาวุธของชาวเกาหลี ป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้เข้าร่วมเป็นกีฬาโอลิมปิกเพราะการสนันสนุนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และความแตกต่างทางด้านการต่อสู้อย่างชัดเจน ซึ่งในบ้านเราก็เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และมีหลายๆ คนสนใจส่งลูกๆ เรียนตั้งแต่เด็กๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดไปเป็นนักกีฬา หรือสามารถใช้ในการต่อสู้ได้ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาเทควันโดเพิ่มเติมกันเลยดีกว่า
เทควันโด
จากประวัติศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง เกาหลีที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นในปี 1910-1945 เทควันโดได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้คาราเต้ของญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน แล้วผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีประเภทอื่นเช่น taekyon subak ทำให้เทควันโดเป็นการต่อสู้ที่แตกต่างสวยงาม โดยใช้เท้าเป็นหลักซึ่งแตกต่างจากคาราเต้ ทั้งรูปแบบการต่อสู้ จุดเด่น การยืน ฟุตเวิร์ก อย่างชัดเจน
เทควันโดเป็นกีฬาที่มีความรุนแรงสูง จึงมีการแบ่งการแข่งขันเป็นช่วงละ 3 นาที สามช่วง และมีการพักหนึ่งนาทีในแต่ละช่วง คะแนนอาจมีการเพิ่มหรือลด และผลคะแนนที่ได้ในสามช่วงนั้นจะสะสมกันจนถึงช่วงสุดท้ายของการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ ในกรณีที่ต้องมีการต่อเวลาผู้ชนะคือผู้ที่ได้รับคะแนนในเชิงบวกมากที่สุด ถ้ายังหาผู้ชนะไม่ได้อีกการตัดสินจะอยู่ในดุลยพินิจของกรรมการผู้ซึ่งจะเลือกผู้ที่แสดงการโจมตีที่ดีที่สุดในระหว่างการแข่งขัน
การทำคะแนน
1. เป้าหมายที่ได้คะแนน
- บริเวณกลางลำตัวคือ บริเวณหน้าท้องและสีข้างทั้งสองข้าง (แถวชายซี่โครง) หรือบริเวณที่เป็นสีน้ำเงินหรือสีแดงของเกราะ
- ใบหน้าเฉพาะด้านหน้า ไม่อนุญาติให้เตะบริเวณส่วนท้ายทอยหรือหัวด้านหลัง ถ้าเจตนาเตะอาจจะถูกตัดคะแนนได้แล้วแต่วิจารณญาณของกรรมการ
2. การได้คะแนน
- ผู้เข้าแข่งขันจะได้คะแนนก็ต่อเมื่อได้ใช้เทคนิค การเตะ ต่อย หรือถีบ กระทำต่อเป้าหมายที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ และรุนแรง (โดยพิจารณาจากการที่คู่ต่อสู้ มีอาการเซ ผงะไปตามแรงกระทำ หรือล้ม จุก) อย่างไรก้อตามหากคู่ต่อสู้ล้มเนื่องจากการเข้ากระทำในส่วนที่เป็นสีขาว(ส่วนที่ไม่เป็นคะแนน) ก็อาจจะอนุโลมให้ได้
- การให้คะแนนแต่ละครั้งให้นับครั้งละ 1 คะแนน เตะบริเวณหัว/ใบหน้าได้ 2 คะแนน (บางแมตช์การแข่งขันอาจะนับแค่1 คะแนน แล้วแต่จะตกลงกันในใบระเบียบการ)
- คะแนนรวมตลอดการแข่งขัน คือผลรวมของคะแนนทั้งสามยก
3. ไม่มีการนับคะแนน
- ผู้เข้าแข่งขันล้มลง โดยเจตนาทันทีหลังจากการเข้าทำคะแนนได้
- ผู้เข้าแข่งขันแสดงอาการกิริยาอันไม่สมควร (โห่ร้อง กระโดโลดเต้น เข้ากอด รัด หรือเหยียบซ้ำ ) หลังจากการเข้าทำคะแนนได้
- ผู้เข้าเข้งขันใช้เทคนิคการต่อสู้ที่นอกเหนือไปจากที่อนุญาต เช่น (เข่า ศอก ศีรษะ เป็นต้น)
